🍦Ice Cream Homemade – สูตรไอศกรีมโฮมเมดทำเองไม่ง้อเครื่อง

Ice Cream Homemade สูตรไอศกรีมโฮมเมดทำเองไม่ง้อเครื่อง

Contents hide
1 🍦Ice Cream Homemade – สูตรไอศกรีมโฮมเมดทำเองไม่ง้อเครื่อง

อากาศร้อนๆ แบบเมืองไทยแบบนี้ ไอศกรีมเย็นๆ สักถ้วยช่วยคลายร้อนได้ดีที่สุด แต่จะให้ออกไปซื้อทุกครั้งก็เปลืองเงิน บางทีก็กังวลเรื่องน้ำตาลและสารปรุงแต่ง วันนี้เลยอยากแชร์สูตร ไอศกรีมโฮมเมดทำเอง แบบไม่ง้อเครื่อง ที่ใครก็ทำได้ในครัวที่บ้าน รับรองว่าเนื้อเนียน นุ่ม อร่อยไม่แพ้ร้านดัง แถมประหยัดกว่าครึ่งต่อครึ่ง

จากประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยที่ทำออกมาแล้วแข็งเป็นน้ำแข็งกินไม่อร่อย จนถึงวันนี้ที่ทำเสิร์ฟให้ครอบครัวกินทุกสัปดาห์ พบว่าการทำไอศกรีมที่บ้านไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนกลัว ไม่ต้องมีเครื่องทำไอศกรีมราคาเป็นหมื่น ไม่ต้องใช้วัตถุดิบนำเข้าหายาก ขอแค่เข้าใจหลักการพื้นฐานและเทคนิคไม่กี่ข้อ ก็ทำกินเองได้ตลอดทั้งปี

ทำไมต้องลองทำ “ไอศกรีมโฮมเมดทำเอง” สักครั้ง

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องเสียเวลามาทำเอง ในเมื่อร้านสะดวกซื้อมีไอศกรีมขายเต็มตู้ จากที่ได้ทำเองและให้ครอบครัวลองชิม คำตอบที่ได้กลับมาคือ “อร่อยกว่า ปลอดภัยกว่า และคุ้มกว่า” ลองมาดูเหตุผลทีละข้อกันเลย

🍓 SAFETY FIRST

ปลอดภัยกว่า เพราะควบคุมวัตถุดิบได้เองทุกขั้นตอน

ไอศกรีมที่ขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่ มักมีสารกันบูด สีผสมอาหาร สารคงรูป และสารปรุงแต่งกลิ่นรสที่บางครั้งเราอ่านฉลากแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ พอทำเองที่บ้าน เราเลือกได้หมดเลย จะใช้นมออร์แกนิก น้ำตาลอ้อยแทนน้ำตาลทรายขาว ผลไม้สดๆ จากตลาด หรือใช้น้ำตาลมะพร้าวแทนเพื่อค่า GI ต่ำ ก็ปรับได้ตามใจชอบ

ที่บ้านมีหลานเล็กแพ้นมวัว ก็เปลี่ยนไปใช้นมอัลมอนด์หรือกะทิแทน เด็กก็ได้กินไอศกรีมอร่อยๆ พ่อแม่ก็สบายใจ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ติดใจการทำเองมาตลอด

💰 SMART VALUE

ประหยัดกว่าซื้อตามร้านเกือบครึ่งราคา

ลองคำนวณดูง่ายๆ ไอศกรีมพรีเมียมตามร้านแบรนด์ดัง 1 ถ้วยขนาดเล็ก ราคาประมาณ 80-150 บาท ถ้าซื้อกินสัปดาห์ละ 2-3 ถ้วย ตกเดือนละเกือบพันบาทเลย แต่ถ้าทำเอง 1 ถาด (ประมาณ 6-8 ถ้วย) ใช้ต้นทุนแค่ 150-200 บาท เฉลี่ยถ้วยละไม่ถึง 30 บาท

ที่สำคัญ การทำเองยังเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลากับครอบครัวได้ดีด้วย โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ชวนเด็กๆ มาช่วยตีวิปครีม ผสมส่วนผสม สร้างความทรงจำได้อีกแบบหนึ่งเลย

🎨 CREATIVE TASTE

ปรับรสชาติและความหวานได้ตามใจชอบ

ข้อดีที่ผมชอบมากที่สุดคือเรื่องรสชาตินี่แหละ อยากหวานน้อยก็ลดน้ำตาล อยากเข้มข้นก็เพิ่มครีม อยากใส่ผลไม้ที่ชอบ เพิ่มกาแฟ ผงโกโก้ ชาไทย ชาเขียวมัทฉะ หรือแม้กระทั่งใส่ผลไม้แปลกๆ อย่างทุเรียน ขนุน หรือมะปรางหวานก็ได้

จุดนี้คือเสน่ห์ของการทำเองล้วนๆ ที่ร้านสำเร็จรูปให้คุณไม่ได้ คุณสามารถสร้างไอศกรีมรสชาติเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน เป็นเหมือนการเล่นในครัวที่ไม่มีวันเบื่อ

🍦 อุปกรณ์และวัตถุดิบที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มลงมือ
อุปกรณ์และวัตถุดิบที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มลงมือ

ก่อนเริ่มทำ มาเช็ครายการอุปกรณ์และวัตถุดิบกันก่อน ข่าวดีคือทุกอย่างหาง่าย ราคาไม่แพง และส่วนใหญ่น่าจะมีอยู่ในครัวบ้านเราแล้ว

อุปกรณ์พื้นฐานในครัวที่บ้านไหนก็มี

อุปกรณ์ที่ใช้จริงๆ มีไม่กี่อย่าง เริ่มจากชามผสมสแตนเลสหรือแก้วขนาดใหญ่ 1 ใบ ควรมีปริมาตรอย่างน้อย 2 ลิตร เพื่อให้มีพื้นที่ตีวิปครีมได้สะดวก ตามด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลามาก ถ้าไม่มีจะใช้ตะกร้อมือก็ได้แต่ต้องอดทนหน่อย เพราะใช้เวลานานกว่า

ถัดมาคือภาชนะมีฝาปิดสำหรับแช่แข็ง แนะนำเป็นกล่องพลาสติกหนา หรือกล่องสแตนเลสจะดีที่สุด เพราะไม่ดูดกลิ่นและไม่แตกง่ายเวลาแช่แข็ง ขนาดที่เหมาะสมคือประมาณ 1-1.5 ลิตร และสุดท้ายคือตะกร้อมือสำหรับใช้คนระหว่างแช่แข็ง ถ้าใครอยากอัพเลเวล สามารถเพิ่มเครื่องปั่นมือถือสำหรับทำพวกซอสผลไม้ และที่ตักไอศกรีมแบบมือจับร้อน เพื่อช่วยให้ตักง่ายขึ้นเวลาเสิร์ฟ

วัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้ (วิปครีม-นมข้น-น้ำตาล)

หัวใจของไอศกรีมเนื้อเนียนคือ “ไขมัน” แนะนำใช้ Whipping Cream (วิปปิงครีม) แบบไขมันสูง 35-38% เพราะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ตีขึ้นฟูได้ดี และให้เนื้อเนียน ยี่ห้อที่หาซื้อง่ายในไทยก็เช่น Anchor, Emborg หรือ President

ส่วนนมข้นมีให้เลือก 2 แบบ คือนมข้นจืด (Evaporated Milk) จะให้รสมันแบบไม่หวาน เหมาะใส่ในสูตรที่อยากปรุงรสเอง และนมข้นหวาน (Sweetened Condensed Milk) จะให้ทั้งความมันและความหวานในตัว ใช้แทนน้ำตาลได้เลย ทำให้สูตรง่ายขึ้นมาก น้ำตาลทรายขาวธรรมดาก็พอ 

แต่ถ้าอยากให้รสซับซ้อนขึ้น ลองเปลี่ยนเป็นน้ำตาลทรายแดงในสูตรช็อกโกแลต หรือน้ำตาลมะพร้าวในสูตรชาไทย จะได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่อร่อยกว่าเดิม

ส่วนผสมเสริมเพิ่มกลิ่น เพิ่มรส ให้น่ากินยิ่งขึ้น

ส่วนนี้คือพระเอกที่ทำให้ไอศกรีมแต่ละรสมีเอกลักษณ์ เช่น วานิลลาเอ็กซ์แทรกต์แบบแท้ (ไม่ใช่กลิ่นสังเคราะห์) ผงโกโก้คุณภาพดีอย่าง Hershey’s หรือ Valrhona ผลไม้สดตามฤดูกาล ชาไทยซองแบบมีคุณภาพ และกาแฟเอสเพรสโซเข้มข้น

เกลือป่นเล็กน้อย ก็เป็นเคล็ดลับที่หลายคนมองข้าม การใส่เกลือนิดเดียว จะช่วยขับรสหวานและรสไอศกรีมให้เด่นชัดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ลองครั้งหน้าใส่ดู จะรู้ว่ารสชาติเปลี่ยนไปขนาดไหน

รวมสูตรไอศกรีมโฮมเมดทำเองไม่ง้อเครื่อง 5 รสยอดฮิต

มาถึงไฮไลต์ของบทความแล้ว ผมรวบรวม 5 สูตรที่ทำง่าย รสชาติดี และเป็นที่นิยมในบ้านมาให้ลองทำกัน ทุกสูตรใช้หลักการเดียวกันคือ “ตีวิปครีมให้ขึ้นฟู ตะล่อมส่วนผสม แช่แข็ง คนเป็นระยะ” จำสูตรเดียวก็ทำได้ทุกรสเลย

สูตรไอศกรีมวานิลลา หอมมันสไตล์คลาสสิก

ส่วนผสม: วิปครีม 500 มล. นมข้นหวาน 1 กระป๋อง (ประมาณ 380 กรัม) วานิลลาเอ็กซ์แทรกต์ 2 ช้อนชา และเกลือป่นนิดเดียว (1 หยิบมือ)

วิธีทำ: ตีวิปครีมเย็นๆ ในชามที่แช่เย็นไว้ก่อน จนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน (ประมาณ 3-4 นาที) ค่อยๆ ตะล่อมนมข้นหวานและวานิลลาเข้าด้วยกันด้วยสปาตูล่า ระวังอย่าคนแรง เพราะจะทำให้ฟองอากาศแตก เทใส่ภาชนะ ปิดฝา แช่แข็งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง พร้อมเสิร์ฟ

สูตรไอศกรีมช็อกโกแลตเข้มข้น สำหรับสายโกโก้

ใช้สูตรเดียวกับวานิลลา แต่เพิ่มผงโกโก้แบบไม่ใส่น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนมข้นหวานก่อนตะล่อมเข้ากับวิปครีม เพื่อไม่ให้ผงโกโก้จับเป็นก้อน ใครชอบเข้มข้นมากๆ แนะนำเติมดาร์กช็อกโกแลต 70% ละลายลงไปอีก 50 กรัม รสชาติจะลึกและเข้มเหมือนไอศกรีมร้านพรีเมียมเลย ลองเสิร์ฟกับเศษช็อกโกแลตชิปด้านบน หรือซอสคาราเมล รับรองว่าเด็กชอบมาก

สูตรไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี หวานอมเปรี้ยวสดชื่น

ปั่นสตรอว์เบอร์รีสด 200 กรัมกับน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะให้ละเอียด แล้วผสมเข้ากับวิปครีม 400 มล. ที่ตีขึ้นฟูและนมข้นหวานครึ่งกระป๋อง เคล็ดลับคือเก็บสตรอว์เบอร์รีหั่นชิ้นเล็กๆ ไว้ประมาณ 50 กรัม แล้วโรยลงในส่วนผสมก่อนเทใส่ภาชนะ จะได้เนื้อสตรอว์เบอร์รีกัดได้เป็นชิ้นๆ อร่อยและสวยงามมาก

สูตรไอศกรีมชาไทย กลิ่นหอมแบบไทยแท้

ชงชาไทย 3 ช้อนโต๊ะกับน้ำร้อน 100 มล. แช่ทิ้งไว้ 5 นาทีให้ออกสีเข้มจัด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางให้ใส รอเย็นแล้วผสมกับนมข้นหวาน 1 กระป๋อง คนให้เข้ากัน ตะล่อมเข้ากับวิปครีม 400 มล. ที่ตีขึ้นฟูแล้ว สีส้มสวยอ่อนๆ กลิ่นหอมทุกคำ เป็นรสที่ฮิตที่สุดในบ้านเลย ใครชอบหวานน้อย ให้ใช้นมข้นจืดผสมน้ำตาล 1/4 ถ้วยแทน

สูตรไอศกรีมมะม่วง เนื้อนุ่มหอมเย็นชื่นใจ

ใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 2 ลูก (เนื้อล้วนๆ ประมาณ 300 กรัม) ปั่นกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชาให้เนียน น้ำมะนาว จะช่วยคงสีเหลืองสดและตัดเลี่ยน ผสมกับวิปครีมที่ตีขึ้นฟูและนมข้นหวาน ในอัตราส่วน 1:1:1 (มะม่วง 300 กรัม วิปครีม 300 มล. นมข้นหวาน 300 กรัม) ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน รสมะม่วงเด่นชัด หอมหวานเหมือนกินมะม่วงสดตามฤดูกาลเลย

เทคนิคทำให้เนื้อไอศกรีมเนียนนุ่ม ไม่เป็นเกล็ดน้ำแข็ง

ปัญหาที่หลายคนเจอบ่อยที่สุดในการทำไอศกรีมที่บ้านคือ ทำออกมาแล้วแข็งโป๊กเหมือนน้ำแข็งใส กินไม่ค่อยอร่อย เลยอยากแชร์เทคนิคที่ใช้แล้วได้ผลดีจริงๆ 

ความสำคัญของการตีวิปครีมให้ขึ้นฟูพอดี

ตีวิปครีมให้ขึ้น “ตั้งยอดอ่อน” คือเมื่อดึงตะกร้อขึ้นมา ปลายยอดจะโค้งงอลงเล็กน้อย ไม่แข็งจนตั้งตรง เพราะถ้าตีจนแข็งเกินไป (ตั้งยอดแข็ง) เนื้อไอศกรีมจะหยาบและเป็นก้อนๆ แต่ถ้าตีน้อยไปก็เหลว ไม่อยู่ทรง เคล็ดลับคือใช้วิปครีมเย็นจัดและชามที่แช่เย็นมา 30 นาที จะตีขึ้นง่ายและฟูพอดี ใช้ความเร็วเครื่องตีระดับกลางแล้วค่อยๆ เพิ่มเป็นสูง อย่าตีเร็วทันทีเพราะจะคุมเนื้อสัมผัสไม่ทัน

จังหวะและวิธีคนระหว่างแช่แข็งที่ถูกต้อง

นี่คือเทคนิคสำคัญที่สุด ที่ทำให้ไอศกรีมโฮมเมดเนียนเหมือนทำจากเครื่อง หลังจากเทส่วนผสมลงภาชนะแช่แข็งไปประมาณ 1 ชั่วโมงแรก ให้นำออกมาคนหรือตะล่อมด้วยตะกร้อ หรือส้อมประมาณ 1-2 นาที ทำซ้ำทุก 1 ชั่วโมงต่ออีก 2-3 ครั้ง รวมเป็น 3-4 ครั้ง ในช่วง 4-5 ชั่วโมงแรก 

เพื่อตัดผลึกน้ำแข็งที่กำลังก่อตัว ขั้นตอนนี้สำคัญมากๆ เพราะมันคือสิ่งที่เครื่องทำไอศกรีมทำอัตโนมัติ แต่เราทำมือก็ได้ผลใกล้เคียงกัน

เคล็ดลับการตั้งอุณหภูมิช่องฟรีซให้เหมาะสม

อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการแช่ไอศกรีมคือ -18 องศาเซลเซียส (ตามมาตรฐานทั่วไปของช่องฟรีซตู้เย็นบ้าน) ถ้าเย็นเกินไปไอศกรีมจะแข็งจนตักไม่ออก ก่อนเสิร์ฟ 10-15 นาที แนะนำให้ย้ายไอศกรีมลงมาช่องธรรมดา หรือวางไว้นอกตู้สักครู่ เพื่อให้เนื้อนุ่มกำลังตักง่าย อีกเคล็ดลับคือ ห้ามเปิด-ปิดฝาภาชนะบ่อย เพราะจะทำให้อากาศเข้าและเกิดเกล็ดน้ำแข็ง ใช้เสร็จรีบปิดฝาให้สนิทและแช่กลับเข้าที่ทันที

🍦 วิธีเก็บรักษาและเสิร์ฟไอศกรีมโฮมเมดให้อร่อยทุกครั้ง
วิธีเก็บรักษาและเสิร์ฟไอศกรีมโฮมเมดให้อร่อยทุกครั้ง

ทำเสร็จแล้วก็ต้องเก็บให้เป็น เพื่อให้เนื้อไอศกรีมยังคงอร่อยเหมือนวันแรกที่ทำ ส่วนนี้สำคัญพอๆ กับการทำเลยครับ

วิธีเก็บรักษาไอศกรีมโฮมเมดทำเองไม่ให้เป็นเกล็ดน้ำแข็ง

เคล็ดลับการเก็บไอศกรีมโฮมเมดทำเองที่ใช้ประจำคือ ใช้ภาชนะพลาสติกแบบหนา หรือกล่องสแตนเลสที่มีฝาปิดสนิท ก่อนปิดฝาให้วางพลาสติกแรปไว้บนผิวไอศกรีมโดยตรง โดยกดให้แนบสนิทกับเนื้อไอศกรีมไม่ให้มีฟองอากาศ 

วิธีนี้จะช่วยกันอากาศเข้าไปสัมผัสเนื้อไอศกรีม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดเกล็ดน้ำแข็ง และการเปลี่ยนเนื้อสัมผัส อีกข้อสำคัญคือ เลือกภาชนะให้เหมาะกับปริมาณ ไม่ใหญ่เกินไป จะได้ไม่มีพื้นที่ว่างให้อากาศเก็บกัก

ระยะเวลาเก็บได้นานแค่ไหนถึงยังอร่อย

ไอศกรีมโฮมเมดที่ไม่ใส่สารกันเสีย เก็บได้ดีที่สุดภายใน 2 สัปดาห์ครับ หลังจากนั้นรสชาติและเนื้อสัมผัสจะเริ่มเปลี่ยน เกล็ดน้ำแข็งเริ่มก่อตัวมากขึ้น และกลิ่นในตู้เย็นอาจซึมเข้าไปได้ ดังนั้นแนะนำให้ทำในปริมาณที่กินได้พอดี 6-8 ถ้วยต่อครั้งกำลังดี ถ้าครอบครัวใหญ่ก็เพิ่มได้ตามสะดวก แต่ไม่ควรเก็บนานเกิน 3 สัปดาห์

ไอเดียท็อปปิ้งและการเสิร์ฟให้ดูพรีเมียม

ลองเสิร์ฟกับวาฟเฟิลร้อนๆ จากเครื่อง ราดด้วยซอสช็อกโกแลตอุ่นๆ โรยอัลมอนด์สไลซ์อบกรอบ คอนเฟลกบด หรือผลไม้สดตามฤดูกาล เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ขนุน มะม่วง หรือทุเรียน ถ้าอยากได้สไตล์ Cafe ลองวางไอศกรีมบนพายอุ่น หรือใช้ทำเป็น Affogato โดยเทเอสเพรสโซร้อนๆ ลงบนสกู๊ปไอศกรีมวานิลลา ความตัดกันของร้อน-เย็น หวาน-ขม จะอร่อยจนต้องร้องอุ้ย!

🍧 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไอศกรีมโฮมเมดทำเอง

ทำไมไอศกรีมที่ทำเองถึงแข็งเป็นเกล็ดน้ำแข็ง?

สาเหตุหลักมาจาก 3 อย่าง คือ ใช้วิปครีมที่ไขมันต่ำเกินไป (ต่ำกว่า 30%) ไม่คนระหว่างแช่แข็ง และใส่น้ำตาลน้อยเกินไป (น้ำตาลช่วยลดจุดเยือกแข็ง ทำให้เนื้อนุ่ม) แก้ได้ด้วยการเลือกวิปครีมไขมัน 35% ขึ้นไป คนทุก 1 ชั่วโมงในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรก และใส่น้ำตาลตามสูตรอย่างน้อย ไม่ลดเกินครึ่ง

ใช้นมสดแทนวิปครีมได้หรือไม่?

ใช้ได้ แต่เนื้อสัมผัสจะต่างกันมาก เพราะวิปครีมมีไขมันสูง 35% ขณะที่นมสดมีแค่ 3-4% ทำให้เนื้อเนียนนุ่มและครีมมี่ต่างกันชัดเจน ถ้าใช้นมสดอย่างเดียวจะออกแนว “เชอร์เบต” หรือไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งมากกว่าไอศกรีมจริงๆ ทางออกคือ ผสมนมสดกับวิปครีมในอัตราส่วน 1:2 (นมสด 1 ส่วน : วิปครีม 2 ส่วน) หรือเติมไข่แดง 2-3 ฟอง เพื่อเพิ่มความครีมมี่และความนุ่ม

ทำไอศกรีมแบบไม่ใส่ไข่ได้ไหม รสชาติต่างกันแค่ไหน?

ทำได้แน่นอน สูตรที่แชร์ไว้ทั้งหมดข้างต้นไม่ได้ใส่ไข่เลย รสชาติยังอร่อยเข้มข้นไม่แพ้กัน ข้อดีคือไม่ต้องกังวลเรื่องไข่ดิบ ปลอดภัยสำหรับเด็กและคนแพ้ไข่ และทำง่ายขึ้นมาก แต่ถ้าอยากได้รสเข้มข้นและครีมมี่แบบ “Custard Style” หรือสไตล์ไอศกรีมเจลาโต้อิตาเลียนจริงๆ การเติมไข่แดง 2-3 ฟอง ที่นำไปกวนกับนมร้อนก่อน (Tempering) จะช่วยให้เนื้อนุ่มหนึบ มีกลิ่นหอมหวานของไข่แทรกเป็นเอกลักษณ์